570722_east

ปฏิบัติการตามล่าหาเห็ด!

เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบเป็นเห็ดที่เกิดขึ้นจากเชื้อราที่มีชื่อว่า ไมคอร์ไรซา เป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่กับไม้วงศ์ยางนา ไม้วงศ์สน ซึ่งจะพบได้ในป่าลึกบนเทือกเขา ส่วนแปลงเกษตรทดลองนั้นในประเทศไทยมีอยู่แค่ที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้น และมันจำเป็นสำหรับงานปฎิบัติการตามล่าเห็ดจึงเกิดขึ้น

แรกเริ่มเดินทาง!

ตอนนั้นเริ่มเข้าช่วงฤดูฝนประมาณปลายเดือนมิถุนายน แต่แปลงเกษตรทดลองที่ติดต่อไว้ก็ยังไม่ติดต่อกลับมาเห็เผาะนั้นจะออกดอกเห็ดเพียงปีละ 2-3 หนเท่านั้น และเวลาส่งงานก็กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ไปเก็บถั่วและเริ่มทำอนิเมชั่นส่วนอื่นไปได้พอสมควรแล้ว แต่ทางแปลงเกษตรก็ไม่มีทีท่าว่าจะแจ้งให้เราทราบว่าเห็ดจะออกดอกหรือไม่ เราจึงตัดสินใจบุกไปดูให้รู้ที่แปลงเกษตรที่ขอนแก่นกันเลย (ใจจริงคือหาเรื่องเที่ยว)

570722_east_02

570722_east_04

570722_east_05

เดินทางออกจากกทมตอนเที่ยงเนื่องจากไฟท้ายและที่ปัดน้ำฝนของรถไม่ทำงานเลยต้องซ่อมในช่วงเช้าก่อนจะเช็คสภาพแล้วบึ่งออกไปเมฆเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ แวะสวน XXX เพื่อแอบถ่ายแปลงข้าวโพดโดยไม่ขออนุญาตจากนั้นจึงขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูงที่กังหันลมหลังเขื่อนลำตะคลองจากนั้นฝนก็ถล่มลงมาอย่างหนัก! หลังจากนั้นก็เป็นการเดินทางฝ่าฝนและน้ำท่วม สภาพอากาศเลวร้ายมากยังดีว่าผ่านช่วงเขาและทางโค้งโหดๆ มาแล้วจนเดินทางมาถึง ขอนแก่น 2 ทุ่ม   ขอนแก่นเป็นจังหวัดที่เจริญกว่าที่ผมคิดมาก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีมหาวิทยาลัย ถนนหนทางก็กว้างขวางและไม่ติดหนักเหมือนกรุงเทพฯ เราแวะทานอาหารในเซนทรัลขอนแก่นเพราะร้านอาหารข้างนอกปิดหมดแล้วก่อนจะเดินทางเข้าที่พักที่ชานเมืองใกล้ๆ แปลงเกษตร

570722_east_15

570722_east_03

570722_east_07

วันที่สองเป้าหมายคือนครพนม
เราตื่นแต่เช้าแล้วเดินทางไปที่แปลงเกษตรเพื่อพบกับความผิดหวัง เนื่องจากการผิดพลาดทางการสื่อสารหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ ดอกเห็ดนั้นออกดอกไปแล้วเมื่อเดือนที่ผานม แต่ทาางแปลงเกษตรกลับไม่ได้ติดต่อมา เราต้องรอลุ้นเอาในช่วงปลายฝน เราอารมณ์เสียกันมากแต่หลังจากการพูดคุย และติดต่อนัดแนะกันไว้ก็ทำให้เรามั่นใจว่าครั้งหน้าจะไม่เกิดการผิดพลาดแบบนี้ขึ้นอีก เราเสร็จธุระจากแปลงเกษตรประมาณเที่ยง จากนั้นก็มุ่งหน้าตัดกาฬสินธุ์ข้ามเทือกเขาภูพาน โชคดีที่ทางช่วงนี้ไม่มีฝนตกลงมาเลยเราจึงได้แวะถ่ายรูปนั่นนี่ตามประสาคนชอบแวะ ถือเป็นช่วงผ่อนระหว่างการเดินทางฝ่าฝนมาตลอดสองวัน

เส้นทางข้ามเทือกเขาภูพานเป็นทางแคบขนาดพอให้รถวิ่งสวนกันเต็มไปด้วยโค้งหักศอกแต่ถนนก็ราบเรียบปลอดภัย รู้สึกประทับใจกับถนนสายมุ่งอีสานมากถ้าเปรียบเทียบกับสายใต้และเหนือแล้วถนนอีสานถือว่าดีกว่าเยอะมาก จากนั้นฝนก็ตกลงมาตอนเราเข้าเขตจังหวัดสกลนคร แต่ด้วยเวลาแล้วเราจึงรีบบึ่งข้ามจังหวัดเพื่อไปยังนครพนมเป้าหมายหลักของเรา

เรามาจังหวัดนครพนมกันเพื่อถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ มาทำเว็บไซต์เที่ยวนครพนม ฝนก็เริ่มเบาบางลงแวะถ่ายรูปพระธาตุประสิทธิ์เป็นอันดับแรก นครพนมเป็นเมืองแห่งพระธาตุ มีพระธาตุถึงแปดแห่งกระจายอยู่ทั่วจังหวัด โดยมีพระธาตุพนมเป็นที่รู้จักกันดีซึ่งจะเป็นเป้าหมายของเราในวันถัดไป

หลังจากนั้นเราก็ไต่ขึ้นเหนือไปตามถนน เพื่อไปถ่ายพระอาทิตย์ตกหลังภูลังกาที่บ้านแพง ฝนก็เริ่มตกลงมาอีกครั้ง เมฆหนาจัดมากความมืดก็คืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ แต่ในที่สุดพระอาทิตย์ก็โผล่พ้นขอบเมฆ ฟ้าเริ่มโปร่ง ผมจับกล้องอยู่ท้ายกระบะมองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่สุดสายตา รู้สึกเต็มอิ่มก็ทิศทัศน์ที่ล้อมรอบตัว…เราแวะพักกันที่บ้านแพงในคืนนี้

570722_east_10

อุทยานแห่งชาติภูลังกา
วันที่สามที่ตื่นขึ้นมาเพื่อลองเดินขึ้นทางศึกษาธรรมชาติเผื่อโชคดีเจอเห็ดเพราะชอบบ้านแถวนี้บอกว่าบนเขาสูงที่นี่มีเห็ดชนิดนี้เช่นกัน ด้วยความคิดแบบนั้นก็จัดไปกันเลย เส้นทางศึกษาธรรมชาติอุทยานแห่งชาติภูลังกา เป็นเส้นทางเดินเท้ายาวประมาณ 2 กิโลเมตร เลียบไปกับลำธารและน้ำตก อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง มีผีเสื้อ ปลา แมลง เยอะมาก แต่ไม่มีเห็ดอย่างที่ว่าเลย
 

อุทยานแห่งชาติภูลังกายังมีจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างคือ เจดีย์กองข้าวศรีบุณเนาว์ เป็นเจดีที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศเนปาลโดยมีความสูงที่ประมาณ 563 เมตรสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากฝั่งประเทศลาวได้อย่างงดงาม อยู่ห่างจากอุทยานไปประมาณ 4 กิโลเมตร แน่นอนว่าเราไม่ได้ขึ้นไปชมเพราะต้องออกเดินทางตั้งแต่ตีสี ทั้งยังต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางด้วย

570722_east_09

วันที่สามชมเมืองนครพนม
ลงจากอุทยานแห่งชาติภูลังกาเราก็ย้อนกลับผ่านบ้านแพงไปชมแม่น้ำโขงที่พระธาตุท่าอุเทนเป็นพระธาตุที่อยู่ติดแม่น้ำโขง ก่อนจะบ่ายหน้าลงใต้สู่พระธาตุพนมซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของเราในทริปนี้ พระธาตุพนมก่อสร้างยิ่งใหญ่อลังการมากเมื่อเทียบกับพระธาตุอีกเจ็ดแห่ง เปิดไฟให้คนหลังไหลเข้ามาสักการะกันอย่างไม่ขาดสาย แล้วจึงมุ่งหน้ากลับเมืองนครพนมตามถนนเลียบฝั่งโขง ฝนเริ่มตกปรอยๆ แต่ยังแวะกินข้าวขาหมูร้านอร่อยของคนเวียดนามที่ข้ามมาเปิด เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจครั้งนี้

พระธาตุพนม เป็นพระธาตุคู่กับจังหวัดนครพนมมาตั้งแต่เริ่มแรกสร้างจังหวัด โดยเป็นเจดีย์รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส สูงถึง 53.6 เมตร ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจัดปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม

วันที่สี่ตรงดิ่งกลับบ้านงานรออยู่
หลังจากส่งพี่อ้อมที่นครพนมผมมุ่งหน้าตรงดิ่งกลับออกมาแต่เช้าของวันที่สี่ ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะเจอฝนเพราะระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร แถมยังต้องขับรถคนเดียวตลอดทางโดยไม่มีพักเหมือนขามา ก็คงโหดอยู่มิใช่น้อย จึงรีบพุ่งผ่านภูพานตั้งแต่ช่วงเช้า โดยกะว่าแวะกินข้าวที่สารคามแล้วค่อยบึ่งยาว แต่สายตาผมกลับเหลือไปเห็นคลองส่งน้ำอยู่ข้างทางก่อนเข้าสารคาม

แน่นอนว่านิสัยนักสำรวจอย่างผมก็อดที่จะแวะเข้าไปดูไม่ได้เป็นทางส่งน้ำยกสูงจากพื้นยาวประมาณหนึ่งกิโลเมตร ถ้าได้มาช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกคงจะงดงามมาก แต่เวลามันไม่เพียงพอ ผมเลยมุ่งหน้ากลับกรุงเทพได้แต่มองพระอาทิตย์ตกจากบนรถที่โคราชแล้วฝนก็เทลงมาขณะผ่านสระบุรีเป็นอันจบทริปในรอบแรก

570722_east_14

บุกตามล่าหาเห็ดรอบที่สอง!

รอบที่สองนี้เพราะทางแปลงเกษตรที่ขอนแก่นโทรมาให้ว่าเห็ดออกแล้ว เลยรีบบึ่งออกจากกรุงเทพฯ ในเช้าวันถัดมามาถึงขอนแก่นประมาณหกโมงเย็น แน่นอนว่ายังกินอาหารที่เซนทรัลขอนแก่นเหมือนเดิมก่อนจะออกนอกเมืองไปพักที่ชานเมืองที่เดิมใกล้ๆ แปลงเกษตรนั้น ตอนเช้ามืดก็พบกับดอกเห็ดออกเต็มสวนยางนา เจ้าของสวนก็กลังเก็บกันแถมบอกขายได้ราคาดีคุ้มกับที่รอคอย

พอ 11 โมงเราก็ถ่ายทำกันเสร็จ แต่จะกลับกรุงเทพฯ เลยก็รู้สึกเสียดายค่าน้ำมันจึงข้ามเขาตัดไปเพชรบูรณ์โดยตัดผ่านทาง อ. น้ำหนาว ด้วยกะว่าจะไปภูทับเบิก แต่ก็พบว่า อ.น้ำหนาวนั้นสวยงามมากทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เข้าเขตอุทยาน มองออกไปจากริมถนนได้สุดลูกหูลูกตาถ้าได้มาชมวิวนี้ในช่วงเวลาที่ถูกรับรองว่าจะไม่มีทางผิดหวังเลย เราแวะพักถ่ายรูปกันตลอดทางแม้จะยังคงเป็นช่วงปลายฝนแต่ก็รู้สึกเย็นสบายเหมือนหน้าหนาว

จากนั้นพอข้ามเขาก็มาถึงภูทับเบิกจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางขึ้นเป็นถนนคอนกรีตเรียบตรงดิ่งขึ้นไปถึงยอดภูที่ความสูงสูงสุด 1,768 เมตร อากาศในวันนั้นแค่ 23 องศา ในขณะที่ข้างล่างร้อนจัดสามารถมองวิวไปได้สุดลูกหูลูกตามองข้ามเขาไปจนเห็นสุดขอบฟ้าได้เลยในวันที่อากาศดี

พระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำลงมากแล้วได้เวลาเดินทางกลับประเทศกรุงเทพฯ การเดินทางครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่คุ้มค่ามาก ได้เที่ยวในสถานที่ใหม่ๆ และยังได้แอบทำงานไปด้วย ก็หวังว่าจะยังคงมีงานดีๆ แบบนี้อีก

570722_east_17

เส้นทางที่คดเคี้ยวของ อ.น้ำหนาว โดยมีฉากหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน เป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญจากการสุ่มเลือกเส้นทาง ถ้าเราเปิดกว้างมองหาเส้นทางใหม่ๆ ก็จะมีเรื่องดีๆ ที่ไม่คาดคิดจากการเดินทางเสมอๆ

About us

inlls (อินแอลส์) เป็นสตูดิโออิสระ (Freelance Studio)เล็กๆ ให้บริการออกแบบงานกราฟฟิกและสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท (Graphic Design and Publishing) ออกแบบ-จัดทำเว็บไซต์ (Web Design) รวมถึงรับผลิตงานประเภทมัลติมีเดียทุกชนิด (Multimedia)

Mobile :
+66 (0)84 529 8422
+66 (0)87 996 6030
e-mail : Inllsoffice@gmail.com

Share This